| โบรกเกอร์พลิกสู่มิติใหม่ |
|
|
|
|
นายปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์ นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย และในฐานะรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.จี.เอ.ไลฟ์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด เปิดเผยภายหลังการเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ในการขับเคลื่อนสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ว่า นโยบายการดำเนินงานในวาระ 2 ปีนับจากนี้ไป จะมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานสมาชิกของสมาคมเพิ่มขึ้น โดยตลอดระยะเวลา 42 ปี ภายหลังการก่อตั้งสมาคม แทบจะไม่มีบทบาทในอุตสาหกรรมประกันภัยเลย โดยมีสมาชิกเพียง 65 บริษัท จาก 700 บริษัททั่วประเทศ ดังนั้นจึงตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบริษัทสมาชิกเป็น 150 บริษัทให้ได้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง
สำหรับกลยุทธ์จะเน้นการทำประชาสัมพันธ์องค์กร จะเข้าร่วมกิจกรรมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานอื่นๆ ทุกประเภท โดยจะมีการจัดประกวดแผนการทำประชาสัมพันธ์องค์กร เช่นการดึงนักศึกษา หรือสถาบันการศึกษาเข้าร่วม แต่โจทย์ใหญ่ของสมาคมนายหน้าคือทำอย่างไรให้สังคมเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจนายหน้า
นอกจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการตั้งเป้าอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เช่น การจัดเสวนาในหัวข้อที่สังคมสนใจ อย่างในวันที่ 25 ตุลาคม 2554นี้ จะมีการจัดเสวนาหัวข้อ "มุมมืดของธุรกิจประกันภัย สิ่งที่ท่านต้องใส่ใจ" ที่โรงแรมแกรนด์เมอร์เคียว ฟอร์จูนโดยเชิญตัวแทนบริษัทนายหน้าให้เข้าร่วมรับฟังฟรีได้ 1 ท่าน นอกจากนี้จะทำการตลาดตรงโดยเคาะประตูบ้านของแต่ละบริษัททั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
"เราจะมีการปรับปรุงเว็บไซต์ของสมาคม ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ โดยที่ผ่านมาเราจ้างบริษัทภายนอกดูแลแต่อาจจะมีการติดต่อสื่อสารกันภายในไม่ค่อยดีนัก จึงมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไม่มาก ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการศึกษาการทำตลาดผ่านเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ยังจะมีการรายงานผลการดำเนินงานให้แก่สื่อมวลชนทราบโดยทั่วกันอีกด้วย"
นายปานวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในด้านนโยบายการดำเนินธุรกิจจะเน้นที่การดูแลปัญหาต่างๆ ของสมาชิก เช่น ดูแลข้อโต้แย้งระหว่างสมาชิกของสมาคม และบริษัทประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องด้านกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การแย่งชิงลูกค้า และเรื่องที่บริษัทประกันนำความลับของลูกค้ามาขายให้บริษัทประกัน โดยจะมีการปรึกษาหารือกับบริษัทประกัน และ คปภ. เพราะนายหน้าต้องส่งรายชื่อไปยังบริษัทประกัน แต่ภายหลังบริษัทประกันกลับโทรศัพท์ไปขายประกันให้กับลูกค้าอีกครั้ง จึงเกิดความเข้าใจผิดว่านายหน้าขายความลับให้บริษัทประกัน ขณะเดียวกันยังเน้นที่การพัฒนาสมาคมนายหน้าให้มีคุณภาพ และมีมาตรฐานเดียวกัน ประกอบกับจะมีการผลักดันการแยกโบรกเกอร์ทั่วไปกับสถาบันการเงิน ลดข้อครหา 2 มาตรฐานจากคปภ. โดยเฉพาะเรื่องของการแยกใบประกอบการ ที่โบรกเกอร์จะต้องแยกแต่ธนาคารไม่ต้องแยก เป็นต้น
"ปัจจุบันบริษัทนายหน้าทั่วประเทศมีกว่า 700 บริษัท แต่มีการส่งงานอย่างสม่ำเสมอประมาณ 200 บริษัท และยังมีหลายบริษัทที่มีใบอนุญาตแต่ไม่มีการส่งงบดุลมาทางคปภ.และถูกยึดใบอนุญาตภายใน 3 ปี ขณะที่การปรับเปลี่ยนทุนจดทะเบียนและการสำรองเงินสดให้เข้มงวดขึ้น เชื่อว่าจะเป็นการคัดกรองให้เหลือเฉพาะโบรกเกอร์ที่ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง และทำให้ผู้ประกอบการมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น"
นายปานวัฒน์ กล่าวว่า ในปัจจุบันบริษัทประกันเริ่มเข้ามาแย่งตลาดโบรกเกอร์มากขึ้น รวมถึงยังมีช่องทางในการทำตลาดแบบกินรวบในทุกช่องทางนั้น ยอมรับว่าทำให้การทำตลาดของโบรกเกอร์ทำได้ยากขึ้น แต่ข้อแตกต่างระหว่างหน้าที่ของโบรกเกอร์และตัวแทนแตกต่างกัน คือตัวแทนแข่งขันรายเดี่ยวเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลและผลตอบแทนขณะที่โบรกเกอร์จะได้รางวัลในรูปนิติบุคคลจากคปภ. ซึ่งถ้าโบรกเกอร์ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบก็เชื่อว่าจะสามารถแข่งขันกับตัวแทนได้ ยกตัวอย่าง การบริการของเอส.จี.เอ.ไลฟ์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ เมื่อมีการขายต้องมีผู้สนับสนุนหลังการขาย ที่มีทีมงานตรง ในเรื่องเคลมและต้นทุน ถ้าหากการเคลมมีปัญหาจะส่งมาให้ทีมนิติกรคอยให้คำปรึกษา ถ้าเกิดบริษัทประกันไม่จ่ายแล้วเราตรวจสอบว่าก้ำกึ่งก็จะให้ยื่นไปที่คุ้มครองสิทธิคปภ. แล้วให้บริษัทประกันจ่ายแต่ก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะจ่าย ก็ต้องไปที่อนุญาโตสั่งให้จ่ายแต่ก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะจ่าย ต่อไปก็ส่งเรื่องไปที่ศาล ซึ่งลูกค้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาลขณะที่เราจะมีทนายให้ ถือเป็นการบริการที่ครบวงจร นี่คือความแตกต่างกับตัวแทน ถ้าทำอย่างเข้มแข็งโบรกเกอร์อยู่ได้แน่นอน
ข่าวจาก ฐานเศษฐกิจ วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2011 |



นายกสมาคมนายหน้า"ปานวัฒน์ กูรมาภิรักษ์" " โชว์กึ๋นลุยพลิกโฉมธุรกิจนายหน้าประกันภัย หลังเข้ารับตำแหน่ง "จัดเสวนา-เคาะประตูบ้าน" ดึงโบรกเกอร์เข้าร่วมสมาชิกเพิ่มอีก 85 บริษัท เป็น 150 บริษัท ใน 2 ปี จาก 700 บริษัททั่วประเทศ พร้อมดึงนักศึกษาร่วมวิจัยงานพีอาร์ ดันสมาคมเข้ามามีบทบาทในตลาดประกันภัยไทย
S.G.A. Life Insulance Brokers.